การรู้จักที่ลึกซึ้งและความรักที่มีต่ออิมามซะมาน (อ.) สองหน้าที่จำเป็นสำหรับผู้รอคอย

การรู้จักที่ลึกซึ้งและความรักที่มีต่ออิมามซะมาน (อ.) สองหน้าที่จำเป็นสำหรับผู้รอคอย



การรู้จักที่ลึกซึ้งและความรักที่มีต่ออิมามซะมาน (อ.) สองหน้าที่จำเป็นสำหรับผู้รอคอย


การดำเนินชีวิตในยุคแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) ของอิมามมะฮ์ดี (อ.) มีสภาพเงื่อนไขต่างๆ ที่เป็นพิเศษ และเราทุกคนมีหน้าที่ต่างๆ ที่มีต่อท่าน สิ่งที่สมควรยิ่งเป็นอันดับแรกที่แต่ละคนจะต้องรับรู้ถึงหน้าที่เหล่านี้อย่างสมบูรณ์ ต่อจากนั้นจงใช้ความอุตสาห์พยายามเพื่อที่จะปฏิบัติหน้าที่เหล่านี้ให้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด ซึ่งด้วยกับวิธีการดังกล่าวนี้จะนำไปสู่ความพึงพอพระทัยของพระผู้เป็นเจ้าและความพึงพอใจของท่านอิมามซะมาน (อ.) และโดยอาศัยแหล่งที่มาจากริวายะฮ์ (คำรายงาน) บทความนี้เราจะพูดถึงการรู้จักอิมามซะมาน (อ.) และความรักที่มีต่อท่าน ในฐานะที่เป็นหน้าที่จำเป็นของบรรดาผู้รอคอย

 

การรู้จักอิมามซะมาน (อ.)

 

หนึ่งในความกังวลของบรรดามุสลิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวชีอะฮ์ หลังจากการเสียชีวิต (วะฟาต) ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) คือประเด็นเกี่ยวกับการชี้นำสังคมและความเป็นผู้นำ (อิมามะฮ์) ของบรรดามุสลิม ขั้นตอนแรกของประเด็นเกี่ยวกับความเป็นผู้นำ (อิมามะฮ์) ในสังคมแห่งอิสลาม คือเรื่องของการรู้จักอิมาม และในช่วงที่ท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ยังมีชีวิตอยู่ ท่านได้เน้นย้ำเป็นพิเศษในประเด็นนี้ โดยกล่าวว่า :

 

مَنْ ماتَ وَلَمْ يَعْرِفْ إِمامَ زَمانِهِ ماتَ مِيْتَةً جاهِليَّةً

“ผู้ใดตายในสภาพที่เขาไม่รู้จักอิมามแห่งยุคสมัยของเขา เขาตายในสภาพญาฮิลียะฮ์” (1)

 

       อะฮ์ลุลบัยติ์ (อ.) ก็ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเรื่องนี้ กระทั่งว่าพวกท่านได้อธิบายถึงการรู้จักพระเจ้า (มะอ์ริฟะตุ้ลลอฮ์) ขึ้นอยู่กับการรู้จักอิมามและการเชื่อฟังอิมาม มีรายงานจากท่านอิมามซอดิก (อ.) ว่า วันหนึ่งท่านอิมามฮุเซน (อ.) ได้ออกมายังบรรดาสหายของท่านและกล่าวว่า :

 

أَيُّهَا النَّاسُ إِنَّ اللَّهَ جَلَّ ذِكْرُهُ مَا خَلَقَ الْعِبَادَ إِلَّا لِيَعْرِفُوهُ فَإِذَا عَرَفُوهُ عَبَدُوهُ فَإِذَا عَبَدُوهُ اسْتَغْنَوْا بِعِبَادَتِهِ عَنْ عِبَادَةِ مَنْ سِوَاهُ فَقَالَ لَهُ رَجُلٌ يَا ابْنَ رَسُولِ اللَّهِ بِأَبِي أَنْتَ وَ أُمِّي فَمَا مَعْرِفَةُ اللَّهِ قَالَ مَعْرِفَةُ أَهْلِ كُلِّ زَمَانٍ إِمَامَهُمُ الَّذِي يَجِبُ عَلَيْهِمْ طَاعَتُهُ

“โอ้ประชาชนเอ๋ย! แท้จริงอัลลอฮ์ผู้ทรงเกรียงไกร มิได้ทรงสร้างปวงบ่าว เว้นแต่เพื่อให้พวกเขาได้รู้จักพระองค์ และเมื่อพวกเขาได้รู้จักพระองค์แล้ว พวกเขาจะเคารพภักดีพระองค์ และเมื่อพวกเขาเคารพภักดีพระองค์แล้ว พวกเขาก็จะพอเพียงต่อการเคารพภักดีพระองค์ จากการเคารพภักดีผู้อื่นจากพระองค์”

     

ชายคนหนึ่งได้กล่าวกับท่านว่า “โอ้บุตรของท่านศาสนทูตของอัลลอฮ์! ขอพลีบิดาและมารดาของข้าพเจ้าแด่ท่าน การรู้จักอัลลอฮ์นั้นคืออะไร?”

    

ท่านกล่าวว่า “คือการที่ผู้คนในทุกยุคสมัยจะรู้จักอิมามของพวกเขา ซึ่งการเชื่อฟังต่อเขาเป็นหน้าที่จำเป็นเหนือพวกเขา” (2)

    

การทำความรู้จักอิมามในยุคแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง (มากกว่าในทุกยุคสมัย) เนื่องจากในยุคนี้ความเป็นไปได้ (โอกาส) ที่ประชาชนจะเข้าถึงตัวอิมาม (อ.) นั้นมีความจำกัดอย่างมาก และอิมาม (อ.) อยู่ในภาวะแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ประชาชนจะเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย ซึ่งเป็นไปได้ที่อีหม่าน (ความศรัทธา) ของพวกเขาจะตกอยู่ในอันตรายและความเสี่ยงอย่างร้ายแรง สมควรยิ่งที่ในยุคนี้ประชาชนจะต้องพึ่งบรรดานักวิชาการ (อุละมาอ์) และใช้ประโยชน์จากความรู้ของพวกเขา ซึ่งตลอดเวลาหลายศตวรรษที่พวกเขาได้ทำหน้าที่พิทักษ์ปกป้องอิสลาม นอกจากนี้พวกเขายังต้องทำความรู้จักอิมามซะมาน (อ.ญ.) ด้วยการศึกษาค้นคว้าและการอ่านอย่างมากมายในตำราต่างๆ ทางศาสนา และวิงวอนขอต่อพระผู้เป็นเจ้า เพื่อให้ตนเองได้รู้จักอิมาม (อ.ญ.) อย่างแท้จริง ทั้งนี้เนื่องจากความผาสุกไพบูลย์ (ซะอาดะฮ์) และความทุกข์ยาก (ชะกอวะฮ์) ของมนุษย์และการรักษาศาสนาของตนไว้ได้นั้นขึ้นอยู่กับเรื่องนี้

 

    

เราจำเป็นต้องตระหนักว่า หนึ่งในประเด็นสำคัญยิ่งในกรณีของการรู้จักอิมามซะมาน (อ.ญ.) คือการวิงวอนขอ (ดุอาอ์) เพื่อการได้รับมาซึ่งมะอ์ริฟะฮ์ (การรู้จัก) ท่านอิมาม (อ.ญ.) และเราจะต้องไม่ลืมประเด็นที่สำคัญนี้ เกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านอิมามซอดิก (อ.) ได้กล่าวกับสหายคนหนึ่งของท่านว่า “หากเจ้าได้อยู่ถึงช่วงเวลาแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) ดังนั้นเจ้าจงอ่านดุอาอ์บทนี้คือ :

 

اللَّهُمَّ عَرِّفْنِي نَفْسَكَ فَإِنَّكَ إِنْ لَمْ تُعَرِّفْنِي نَفْسَكَ لَمْ أَعْرِفْ نَبِيَّكَ اللَّهُمَّ عَرِّفْنِي رَسُولَكَ فَإِنَّكَ إِنْ لَمْ تُعَرِّفْنِي رَسُولَكَ لَمْ أَعْرِفْ حُجَّتَكَ اللَّهُمَّ عَرِّفْنِي حُجَّتَكَ فَإِنَّكَ إِنْ لَمْ تُعَرِّفْنِي حُجَّتَكَ ضَلَلْتُ عَنْ دِينِي

“โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ข้าฯ รู้จักพระองค์ เพราะแท้จริงหากข้าฯ ไม่รู้จักพระองค์ ข้าพระองค์ก็จะไม่รู้จักศาสดาของพระองค์ โอ้อัลลอฮ์ โปรดทำให้ข้าฯ รู้จักศาสนทูตของพระองค์ เพราะแท้จริงหากพระองค์ไม่ทำให้ข้าฯ รู้จักศาสนทูตของพระองค์แล้ว ข้าฯ ก็จะไม่รู้จักข้อพิสูจน์ของพระองค์ เพราะแท้จริงหากข้าฯ ไม่รู้จักข้อพิสูจน์ของพระองค์ ข้าฯ ก็จะหลงทางจากศาสนาของข้าฯ” (3)

 

ความรักที่มีต่ออิมามซะมาน (อ.)

     

เมื่อเราได้รู้จักและเกิดความมั่นใจต่อการดำรงอยู่ของท่านอิมามซะมาน (อ.) แล้ว ผลจากการรู้จักดังกล่าวก็จะก่อให้เกิดหน้าที่ต่างๆ ติดตามมา และภายใต้การปฏิบัติตามหน้าที่เหล่านั้นจะทำให้เรามีความก้าวหน้าและการพัฒนาทางด้านจิตวิญญาณ และจะนำพาเราไปสู่ความสำเร็จและความผาสุกไพบูลย์ (ซะอาดะฮ์) ทั้งในโลกนี้และในปรโลก

     

หน้าที่ประการแรกที่เรามีต่อท่านอิมาม (อ.ญ.) คือความรักและมิตรภาพที่มีต่อท่าน จำเป็นเหนือผู้ศรัทธา (มุอ์มิน) ทุกคนที่จะต้องมอบความรักอย่างจริงใจต่อท่านอิมามซะมาน (อ.) และความรักดังกล่าวนี้คือหน้าที่บังคับทางศาสนา (ตักลีฟ) ที่ถูกกำหนดโดยพระผู้เป็นเจ้า การตอบแทนความเหนื่อยยากและการรับใช้บริการของท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ในการประกาศอิสลามและการชี้นำ (ฮิดายะฮ์) ประชาชนนั้น พระผู้เป็นเจ้าได้ทรงบัญชาต่อท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ให้ขอสิ่งเดียวจากประชาชนเป็นสิ่งตอบแทนในการประกาศสาส์น (ริซาละฮ์) โดยที่พระองค์ทรงตรัสว่า :

 

قُلْ لَا أَسْأَلُكُمْ عَلَيْهِ أَجْرًا إِلَّا الْمَوَدَّةَ فِي الْقُرْبَى

“จงกล่าวเถิด (โอ้มุฮัมมัด) ว่า ฉันไม่ได้ขอรางวัลตอบแทนใดๆ จากพวกท่านต่อการนี้ เว้นแต่ให้มีความรักในเครือญาติใกล้ชิดของฉันเท่านั้น”

(อัลกุรอาน บทอัชชูรอ โองการที่ 23)

 

     

การมอบความรักต่อท่านอิมามซะมาน (อ.) เป็นประเด็นที่ถูกอธิบายถึงโดยท่านอิมาม (อ.) เองด้วยเช่นกัน โดยที่เราจำเป็นจะต้องปฏิบัติหน้าที่ต่างๆ ที่จะนำเราไปสู่ความรักต่อท่านอิมาม และจะต้องหลีกห่างจากการกระทำต่างๆ ที่จะทำให้ท่านไม่พึงพอใจ ในจดหมายฉบับหนึ่งของท่านอิมาม (อ.) ที่เขียนถึงท่านเชคมุฟีด (ร.ฮ.) ซึ่งท่านได้กล่าวว่า :

 

فَلْيَعْمَلْ كُلُّ امْرِء مِنْكُمْ بِما يَقْرُبُ بِهِ مِنْ مَحَبَّتِنا، وَلْيَتَجَنَّبْ ما يُدْنيهِ مِنْ كَراهَتِنا وَسَخَطِنا، فَإنَّ أَمْرَنا بَغْتَةٌ فَجْأَةٌ حينَ لاتَنْفَعُهُ تَوْبَةٌ

          “แต่ละคนจากพวกท่านจะต้องกระทำในสิ่งที่จะทำให้เขาเข้าใกล้ความรักของเรา และหลีกห่างจากสิ่งที่จะทำให้เขาเข้าใกล้สิ่งที่เราโกรธและรังเกียจ เพราะแท้จริงกิจการ (การปรากฏตัว) ของเรานั้นจะมาถึงอย่างฉับพลัน โดยที่การกลับตัวกลับใจ (เตาบะฮ์) จะไม่ยังคุณประโยชน์ใดๆ ต่อเขา” (4)

 

     

ความรักของบรรดามุอ์มิน (ผู้ศรัทธา) ที่มีต่ออิมามซะมาน (อ.) ไม่ใช่เป็นความรักเพียงฝ่ายเดียว และตลอดเวลาท่านอิมามซะมาน (อ.) เองก็ใช้ความอุตสาห์พยายามที่จะชี้นำ (ฮิดายะฮ์) มิตรสหายและผู้เป็นที่รักของท่าน และท่านได้กล่าวในเรื่องนี้ว่า :

 

إنَّا غيرُ مُهمِلينَ لمُراعاتكُمْ، ولا ناسينَ لِذِكرِكُمْ، ولَولا ذلك لَنَزَلَ بكُمُ الَّلأوَاءُ واصطَلَمَكُمُ الأعدَاءُ فاتَّقُوا اللهَ جَلَّ جَلالُهُ وظاهرُونا عَلَى انتياشِكُمْ مِنْ فِتْنَة قد أنافَتْ عَلَيْكُمْ

“แท้จริงเราจะไม่ละเลยต่อการดูแลเอาใจใส่ต่อพวกท่าน และจะไม่หลงลืมจากการนึกถึงพวกท่าน และหากไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ความคับแค้นและความทุกข์ยากต่างๆ จะมาประสบกับพวกท่าน และบรรดาศัตรูจะทำการกดขี่ต่อพวกท่าน ดังนั้นพวกท่านจงเกรงกลัวอัลลอฮ์ ผู้ทรงเกรียงไกรเถิด และจงช่วยเหลือเราในการปลดปล่อยพวกท่านออกจากวิกฤตการที่เลวร้าย (ฟิตนะฮ์) ที่ถาโถมเข้ามายังพวกท่าน” (5)

 

บทสรุป :

 

     

การรู้จักอิมามซะมาน (อ.) และความรักที่มีต่อท่านนั้น คือสองหน้าที่สำคัญขั้นพื้นฐานของบรรดาผู้รอคอยในยุคแห่งการเร้นกาย (ฆ็อยบะฮ์) การปฏิบัติหน้าที่ทั้งสองนี้จะเป็นสื่อทำให้เราย่างก้าวไปบนเส้นทางการช่วยเหลือผู้เป็นข้อพิสูจน์ของพระผู้เป็นเจ้า

 

แหล่งอ้างอิง :

(1) บิฮารุ้ลอันวาร, อัลลามะฮ์ มัจญ์ลิซี, เล่มที่ 32, หน้าที่ 331

(2) อิละลุชชะรอเยี๊ยะอ์, เชคซอดูก, เล่มที่ 1, หน้าที่ 9

(3) อัลกาฟี, เชคกุลัยนี, เล่มที่ 1, หน้าที่ 337

(4) อิลซามุนนาซิบ, อะลี ยัซดี ฮาอิรี, เล่มที่ 1, หน้าที่ 411

(5) อัลอิห์ติยาต, อัลลามะฮ์ฏ็อบริซี, เล่มที่ 2, หน้าที่ 495

 

บทความโดย : เชคมุฮัมมัดนาอีม ประดับญาติ


ขอขอบคุณเว็บไซต์อิสลามิคสทาดี้ยส์

 

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

*ช่องที่มีเครื่องหมายดอกจันต้องมีค่าอย่างแน่นอน